fbpx

ภาษีซื้อต้องห้าม สำคัญแค่ไหน ใครต้องรู้บ้าง

ภาษีซื้อต้องห้าม

ภาษีต้องห้ามเป็นประเภทย่อยของภาษีซื้อตามกฎหมายแล้วจะไม่ให้นำมาหักออกจากภาษีขายหรือห้ามมีการขอคืนภาษีซื้อโดยเด็ดขาด แล้วภาษีต้องห้ามคืออะไร? ใครที่ควรจะรู้บ้าง ลองไปอ่านกันครับ

ภาษีต้องห้าม คือ ภาษีที่ผู้ประกอบการได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือที่เรียกกันว่า VAT โดยไม่สามารถหักออกจากภาษีขายในการคำนวณ VAT หรือห้ามนำภาษีต้องห้ามมาขอคืนภาษี จริงๆ แล้วตามกฎหมายได้กำหนดลักษณะของภาษีซื้อต้องห้ามไว้ดังนี้

ลักษณะภาษีซื้อต้องห้าม

ใบกำกับภาษีสูญหาย ไม่มีใบกำกับภาษีหรือไม่สามารถแสดงใบกำกับภาษีได้ 

ในกรณีนี้เมื่อใบกำกับภาษีสูญหายหรือไม่สามารถแสดงใบกำกับภาษีได้ จะเป็นกรณีที่ได้รับบริการหรือได้ซื้อสินค้าจริงๆ แต่ไม่สามารถแสดงให้กับกรมสรรพากรได้ แต่มีวิธีแก้ไขได้ โดยการขอใบแทนใบกำกับภาษีจากผู้ที่ให้บริการหรือผู้ขายที่เราไปซื้อสินค้ามาแทนได้ เพื่อใช้แทนการนำไปหักภาษีหรือขอคืนภาษีซื้อ


ถ้าหากไม่มีใบกำกับภาษี เพราะว่าผู้ให้บริการหรือผู้ขายสินค้าให้กับเราไม่ออกใบภาษีให้เรา หรือออกใบกำกับภาษีแต่อาจจะเป็นชื่อคนอื่น

  • กรณีที่ใบกำกับภาษีมีข้อความหรือเนื้อหาไม่ครบหรือไม่ถูกต้องในส่วนที่สำคัญตามที่กฎหมายกำหนด
  • ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวกับกิจการของผู้ประกอบการหรือของผู้ประกอบการที่จด VAT แล้ว
  • ภาษีซื้อที่เกิดจากการใช้จ่ายโดยมีการใช้จ่ายในลักษณะเดียวกัน
  • ภาษีซื้อที่ออกตามใบกำกับภาษีแต่ออกโดยคนที่ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี
  • ภาษีซื้อตามประกาศจากกรมสรรพากรที่ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม

อะไรคือเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม?

ตามปกติแล้วเมื่อผู้ประกอบการได้จดภาษีมูลค่าเพิ่มโดยนำภาษีซื้อต้องห้ามหักออกจากภาษีขายเพื่อมาคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบกำกับภาษีนั้นๆ ให้ครบถ้วน แล้วต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ตามข้อต่อไปนี้

เบี้ยปรับ 1 เท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี

  1. ไม่มีใบกำกับภาษี หรือไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีได้
  2. ใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญตามที่กฎหมายกำหนด
  3. ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  4. ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือเพื่อการอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน
  5. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี
  6. ภาษีซื้อตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)

เบี้ยปรับ 2 เท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี

กรณีนำใบกำกับภาษีปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนมาใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

  1. ใบกำกับภาษีที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า บุคคลใดเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีให้ถือว่าเป็นใบกำกับภาษีปลอม
  2. ผู้ประกอบการที่นำใบกำกับภาษีปลอมมาใช้ในการเครดิตภาษี นอกจากต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแล้ว หากเจตนานำใบกำกับภาษีปลอม หรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมาใช้ในการเครดิตภาษีต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 200,000 บาท

เงินเพิ่ม

เงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษีจากภาษีซื้อต้องห้าม

ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล: กรมสรรพากร

เป็นยังไงบ้างล่ะครับกับเรื่องภาษีซื้อต้องห้าม อาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับบางคนที่เข้ามาอ่าน แต่ถ้าหากเราใส่ใจทุกเรื่องที่เกี่ยวกับภาษีจะทำให้เราไม่พลาดข้อมูลดีๆ แบบนี้นะครับ