fbpx

หากได้รับการปันผลหุ้น จะถือต่อหรือขายทิ้งดี? เรามีคำตอบ!

การปันผลหุ้น

หุ้นปันผล เป็นการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ที่ถือหุ้นซึ่งมาจากรายได้จากการทำธุรกิจของบริษัท และมี การปันผลหุ้น เป็นไตรมาสหรือรายปี ในการปันผลหุ้นมีการปันผลแบบไหนและอย่างไร เราจะพาไปทำความเข้าใจให้มากขึ้นเกี่ยวกับการปันผลหุ้นกันค่ะ

หุ้นปันผล คืออะไร?

หุ้นปันผล คืออะไร

หุ้นปันผล เป็นการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น หุ้นปันผลนี้จะมาจากรายได้จากการทำธุรกิจของบริษัทเป็นเงินในไตรมาสหรือในปีที่บริษัทมีกำไร โดยการปันผลหุ้นจะคิดตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ถือ หากเลือกลงทุนในธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีผลกำไรงาม ย่อมช่วยเพิ่มความมั่งคั่งให้แก่ผู้ถือหุ้นอีกด้วย เรียกได้ว่า เป็นการใช้เงินทำงานเรา แม้ว่าจะมีความเสี่ยงแต่ก็ดีกว่าเก็บเงินทิ้งไว้ในบัญชีไปเปล่า ๆ นั่นเอง

การปันผลหุ้น มีกี่ประเภท

การปันผลหุ้น มีกี่ประเภท

ในการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นหรือการปันผลหุ้นจะมีการปันผลด้วยกันอยู่ 2 แบบ ได้แก่ การปันผลหุ้นด้วยเงินสด ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินสดเเป็นผลตอบแทน และการปันผลหุ้นด้วยหุ้น ผู้ถือหุ้นจะได้รับหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. การปันผลหุ้นด้วยเงินสด (Cash Dividend)

การปันผลหุ้นด้วยเงินสด

หลายบริษัทนิยมปันผลหุ้นด้วยเงินสดมากที่สุด โดยการปันผลหุ้นประเภทนี้ เงินปันผลจะนำมาจากกำไรสุทธิหรือกำไรสะสมของบริษัท โดยเป็นการจ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงานปกติ

  1. กำไรสุทธิ คือ กำไรจากผลประกอบธุรกิจในปีนั้น ๆ ซึ่งได้ทำการหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกแล้ว
  2. กำไรสะสม คือ เงินกำไรสะสมที่ยังไม่ได้ทำการจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้น เงินส่วนนี้จะถูกเก็บไว้ในบริษัทในรูปแบบเงินสด

ข้อดีของการปันผลหุ้นเงินสด

ผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินสดทันที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินสดเพื่อนำไปใช้จ่ายต่อไป หรือมีแผนที่จะนำเงินไปลงทตามวันที่บริษัทได้กำหนดวันในการปันผลหุ้น หากบริษัทใดมีการปันผลหุ้นตามไตรมาส ก็จะเป็นการนำเงินไปลงทุนต่อ เช่น ซื้อกองทุนรวม ซื้ออสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มกระแสเงินสดให้ผู้ถือหุ้นอีกด้วย

ข้อเสียของการปันผลหุ้นเงินสด

ผู้ถือหุ้นจะต้องเสียภาษี 10% จากจำนวนเงินปันผลรับทั้งหมด

2. การปันผลหุ้นด้วยหุ้น (Equity Stock Dividend)

การปันผลหุ้นด้วยหุ้น

การปันผลหุ้นด้วยหุ้นนั้น จะทำการเพิ่มทุนเป็นหุ้นสามัญแล้วนำมาจ่ายปันผล โดยกำหนดจ่ายเป็นอัตราส่วนที่กำหนด เช่น จ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นปันผลในอัตราส่วน 10:1 หมายความว่า ผู้ถือหุ้นเดิมจะได้รับหุ้นปันผล 1 หุ้นทุก ๆ หุ้นเดิมที่ถือจำนวน 10 หุ้น ดังนั้น หากถือหุ้นสามัญ 1,000 หุ้น จะได้รับหุ้นปันผล 100 หุ้น หากถือหุ้นสามัญ 10,000 หุ้น จะได้รับหุ้นปันผล 1,000 หุ้น เป็นต้น

ข้อดีของการปันผลด้วยหุ้น

1. ผู้ถือหุ้นไม่ต้องเสียภาษี 10% เหมือนกับการปันผลหุ้นด้วยเงินสดหากมีการนำหุ้นที่ได้นั้นมาขายในกระดานต่อไป 

2. หากมีการถือหุ้นในระยะยาว อาจจะได้รับผลตอบแทนคุ้มค่ามากกว่าการได้ปันผลด้วยเงินสด ในกรณีที่บริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำที่ต้องการวางแผนการเงินในระยะยาวเพื่อใช้เงินในยามเกษียณ เป็นต้น

ข้อเสียของการปันผลหุ้นด้วยหุ้น

ทำให้ผู้ถือหุ้น ไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ หากผู้ถือหุ้นอยากได้เงินสด จำเป็นจะต้องขายหุ้นออกไปก่อน และอาจจะต้องลุ้นกันต่อว่าจะสามารถขายหุ้นได้เมื่อไหร่ และสามารถขายได้ตามราคาที่คาดไว้หรือไม่

หากได้รับการปันผลด้วยหุ้นจะถือต่อหรือขายทิ้งดี

สำหรับผู้ถือหุ้นที่ได้รับการปันผลหุ้นด้วยหุ้น อาจจะกำลังพิจารณาว่าจะถือหุ้นนี้ต่อดีหรือนำไปขายต่อในกระดานเพื่อรับเงินสดกลับมา ทั้งนี้เรามีข้อพิจารณาในการตัดสินใจว่าควรจะถือหุ้นนี้ไว้ต่อในระยะยาวหรือขายทิ้งดีกว่า ดังนี้

1. พิจารณาการเติบโตของบริษัท

ข้อนี้จะต้องอาศัยการพิจารณาในเรื่องของราคาตลาดของหุ้นหลังจากที่ได้มีการประกาศจ่ายเงินปันผล เทียบกับการเติบโตและความสำเร็จของบริษัทว่าจะสามารถเติบโตต่อไปได้ดีหรือไม่ หากพิจารณาแล้ว บริษัทมีโอกาสเติบโตและสามารถสร้างความมั่นใจในการบริหารให้แก่ผู้ถือหุ้น ก็อาจจะพิจารณาถือหุ้นตัวนั้นต่อไป แต่หากพิจารณาแล้วพบว่าบริษัทมีโอกาสเติบโตไปได้ยาก ก็อาจจะพิจารณาให้ขายหุ้นนั้นทิ้ง

2. พิจารณาเรื่องกำไรต่อหุ้นที่อาจลดลง

ผลกระทบหนึ่งจากการจ่ายปันผลหุ้นนั้น จะทำให้กำไรต่อหุ้นของบริษัทลดน้อยลง อันเนื่องมาจากจำนวนของหุ้นที่เพิ่มมากขึ้น จะทำให้ราคาตลาดจะมีการลดลงชั่วคราวนั่นเอง

การกำหนดวันให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นเพื่อรับปันผล

ต้องมีการกำหนดสิทธิโดยแจ้งมติคณะกรรมการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันกำหนดสิทธิ ซึ่งประกอบด้วย 2 แบบ คือ

1. Record Date (RD)

วันที่มีการกำหนดรายชื่อเพื่อให้สิทธิใด ๆ แก่ผู้ถือหุ้น โดยจะปิดสมุดทะเบียนงดรับโอน 1 วัน หลังจากนั้น ผู้ถือหุ้นสามารถโอนเปลี่ยนชื่อได้ และบริษัทจะต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 2 เดือน นับจากวัน RD ทำให้บริษัทมีเวลาในการจัดเตรียมเอกสาร และสามารถนำส่งเอกสารให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้านานขึ้นเพื่อให้ ผู้ถือหุ้นมีเวลาในการศึกษาข้อมูลนั่นเอง

2. Book Closing (BC)

วันปิดสมุดทะเบียน จะปิดสมุดทะเบียนไปจนกว่าการประชุม ผู้ถือหุ้นจะแล้วเสร็จ ทำให้ผู้ถือหุ้นไม่สามารถโอนเปลี่ยนชื่อได้ในระหว่างนั้น บริษัทจะต้องจัดให้มีการประชุม ผู้ถือหุ้นภายใน 21 วันนับจากวัน BC

ควรเลือกการปันผลหุ้นด้วยเงินสดหรือหุ้นดี

ควรเลือกการปันผลหุ้นด้วยเงินสดหรือหุ้นดี

ในการเลือกว่าเราจะต้องการได้รับผลตอบแทนด้วยการปันผลหุ้นด้วยเงินสดหรือหุ้นนั้น ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของบริษัทนั้น โดยการจ่ายปันผลหุ้นส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงและมีรายได้ที่แน่นอน โดยแต่ละบริษัทจะเลือกจ่ายผลตอบแทนที่แตกต่างกันบางแห่งมีการปันผลหุ้นด้วยเงินสด บางแห่งมีการปันผลหุ้นด้วยหุ้น ทั้งนี้ผู้ที่กำลังจะลงทุนควรจะทำความเข้าใจว่าการปันผลหุ้นแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร ตัวเราเองมีความเหมาะสมกับการปันผลหุ้นแบบไหนก่อนตัดสินใจลงทุน

หากต้องการรับเงินสด เพื่อนำไปใช้และนำไปลงทุนต่อ การเลือกลงทุนกับบริษัทที่มีการปันผลหุ้นด้วยเงินสด จึงเหมาะสมสำหรับคุณ เพราะเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีของผู้ถือหุ้นโดยตรง ทำให้สามารถนำเงินไปใช้ต่อได้เลย หากพิจารณาในเรื่องของความเชื่อมันให้กับผู้ถือหุ้นแล้ว การปันผลหุ้นด้วยเงินสดได้นั้นแสดงว่าบริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี โครงสร้างทางการเงินมีเสถียรภาพที่ดี และจะไม่เกิด Dilution Effect คือ ผลกระทบจากการที่กิจการทำการเพิ่มทุน ทำให้มีจำนวนหุ้นเพิ่มมากแต่กำไรยังเท่าเดิม นั่นเอง 

หากคุณต้องการการปันผลหุ้นในระยะยาว เพื่อวางแผนในวัยเกษียณ หรือหากคุณมีความเชื่อมันว่าหากคุณถือหุ้นในระยะยาวแล้ว ราคาหุ้นจะสูงขึ้นและมูลค่าอาจได้รับมากกว่าการปันผลหุ้นด้วยเงินสด นอกจากนี้ การเลือกปันผลหุ้นด้วยหุ้น ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณ แต่ในทางกลับกันในปีถัดไปบริษัทกลับไม่ได้เติบโตกว่าที่ประเมินไว้และผลประกอบการเติบโตน้อยกว่า Dilution Effect จะส่งผลให้กำไรสุทธิต่อหุ้นลดลง และอาจจะทำให้การจ่ายปันผลเป็นหุ้นอาจจะลดลงตามไปด้วย

การปันผลหุ้น เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ถือหุ้นสามารถตัดสินใจต่อได้ว่า หากได้รับการปันผลหุ้นด้วยหุ้น จะมีการถือหุ้นบริษัทนั้นต่อหรือขายทิ้งดี หรือหากมีการปันผลหุ้นด้วยเงินสด จะสามารถเพิ่มกระแสเงินสดและได้รับผลกำไรมากน้อยเพียงใด และจะพิจารณาลงทุนต่อกับหุ้นของบริษัทนั้นต่อหรือไม่นั่นเองค่ะ

ติดตามบทความอื่นๆ ของ KMCP Accounting ได้ที่:

บทความ: https://www.kmcpaccounting.com/บทความ/

Facebook: facebook.com/kmcp.acc

สนใจอยากทำบัญชีทักมาได้เลย: m.me/kmcp.acc

LINE: https://line.me/R/ti/p/@kmcp.acc

Tel: 082-254-6831, 063-150-5855