fbpx

ส่งเงินสมทบประกันสังคม ส่งนานแค่ไหน เมื่อไหร่จะได้คืน?

ส่งเงินสมทบประกันสังคม

เราได้กล่าวถึงการขึ้นทะเบียนประกันสังคมในบทความที่ผ่านมาว่ามีความสำคัญต่อเจ้าของกิจการและผู้ประกันตนอย่างไรบ้าง ในบทความนี้เราจะมาอธิบายต่อถึงการ ส่งเงินสมทบประกันสังคม ว่ามีวิธีการดำเนินการอย่างไรบ้าง เงินแต่ละบาทที่เราส่งให้ประกันสังคมเราจะได้คืนเมื่อไหร่? ตามมาอ่านกันได้เลยค่ะ

หัวข้อเนื้อหา

เงินสมทบ คืออะไร

เงินสมทบ คืออะไร

เงินสมทบ คือ เงินที่นายจ้าง ลูกจ้าง ต้องนำส่งเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน โดยคำนวณจากค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับ ในอัตราร้อยละ 5 ทั้งนี้รัฐบาลจะออกเงินสมทบเข้ากองทุนอีกส่วนหนึ่ง โดยสามารถแสดงตารางอัตราการหักเงินสมทบประกันสังคมดังนี้

โดยเจ้าของกิจการจะต้องมีการส่งเงินสมทบประกันสังคมในส่วนของพนักงาน และส่วนที่เจ้าของกิจการสมทบให้กับพนักงานตามแบบ สปส.1-10 โดยจะต้องนำส่งในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หลังจากที่ได้มีการยื่นเอกสารเพื่อนำส่งประกันประกันสังคมครั้งแรก

การคำนวณเงินที่ต้องจ่ายในการส่ง เงินสมทบประกันสังคม

การคำนวณเงินที่ต้องจ่ายในการส่ง เงินสมทบประกันสังคม

การคำนวณเงินเพื่อนำส่งเงินสมทบประกันสังคม สำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำ จะคำนวณจากฐานของเงินค่าจ้างพนักงานขั้นต่ำตั้งแต่ 1,650 บาท แต่ไม่เกิน 15,000 บาท พนักงานจะถูกหักจากเงินเดือน 5% + เจ้าของธุรกิจจ่ายสมทบ 5% + รัฐบาลร่วมจ่ายสมทบ 2.75% ตามตารางข้างต้น แล้วเงิน 5% ที่หักไปทำอะไรบ้าง

  1. 1.5% ประกันเจ็บป่วย ตาย
  2. 0.5% ประกันการว่างงาน
  3. 3% ประกันชราภาพ

หากผู้ประกันตนมีการส่งเงินสมทบประกันสังคมสูงสุดที่ 750 บาท เงิน 5% ที่ถูกหักออกไปจะคิดได้ตามนี้

  1. 1.5% = 225 บาทจะประกันเจ็บป่วย ตาย 
  2. 0.5% = 75 บาท จะประกันการว่างงาน 
  3. 3% = 450 บาท จะประกันชราภาพ 

แต่บางเดือนทางประกันสังคมจะมีการออกมาตรการลดค่าครองชีพให้กับนายจ้าง เพื่อช่วยให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบประกันสังคมน้อยลง เช่น ช่วงเดือน พ.ค. – ก.ค. 2565 ที่ผ่านมา จะมีการปรับลดการส่งเงินสมทบประกันสังคม เหลือ 1% 

ตัวอย่างการคำนวณการส่งเงินสมทบประกันสังคม

ให้เงินเดือนพนักงาน 17,500 บาท (คำนวณจากฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) ดังนั้นเงินประกันสังคมที่จะต้องยื่นคือ 5% เท่ากับ 15,000 x 5% = 750 บาท ส่วนนายจ้างจ่ายสมทบเพิ่มอีกหนึ่งเท่า รวมเป็น 750+750 = 1,500 บาท

เมื่อไหร่ที่จะได้รับเงินคืนจากประกันสังคม

เมื่อไหร่ที่จะได้รับเงินคืนจากประกันสังคม

เมื่อเรามีการส่งเงินสมทบประกันสังคมไปแล้ว เราจะได้รับเงินคืนจากที่มีการนำส่งเงินสมทบประกันสังคมไปมากน้อยเท่าไหร่นั้น จะขึนอยู่กับจำนวนเดือนที่จ่ายเงินสมทบ อายุ และสถานะความเป็นผู้ประกันตน ซึ่งรูปแบบการได้รับเงินเกษียณคืนจากกองทุนประกันสังคมมี 3 กรณี ดังนี้

1. ผู้ประกันตนจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมเกิน 180 เดือน และมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

เมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง จะได้รับเงินเกษียณอายุจากกองทุนประกันสังคมเป็นเงินรายเดือนใช้ตลอดชีวิต สามารถเทียบได้จากตารางนี้

2. จ่ายเงินสมทบมากกว่า 1 ปี  หรือ 12 เดือน แต่ไม่เกิน 180 เดือนและมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

เมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง จะได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับจำนวนเงินสมทบของตนเอง + เงินสมทบในส่วนของนายจ้างและรัฐบาล + ผลประโยชน์ตอบแทน (ผลกำไรจากกองทุนประกันสังคมนำเงินไปลงทุน)

3. จ่ายเงินสมทบไม่ถึง 12 เดือนและมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

เมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง จะได้รับเงินเกษียณจากกองทุนประกันสังคมเป็นเงินบำเหน็จ เท่ากับจำนวนเงินที่จ่ายสมทบกองทุนประกันสังคม

ตัวอย่างเช่น ผู้ประกันตนท่านหนึ่ง จ่ายเงินสมทบของตนเอง 450 บาท/เดือน เป็นเวลารวม 11 เดือน ดังนั้นผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับ 450*11 หรือ 4,590 บาท

สิทธิประกันสังคมที่ผู้ประกันตนจะได้รับมีอะไรบ้าง

ประกันสังคม เป็นการสร้างหลักประกันทางด้านการดำรงชีวิตของผู้ประกันตน โดยสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนโดยจะกล่าวถึง มาตรา 33 ของคนทำงานประจำ จะได้รับนั้นมีหลายกรณีดังต่อไปนี้

1. กรณีเจ็บป่วย

ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ สถานพยาบาลที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดสิทธิ โดยไม่ต้องมีการสำรองจ่ายแต่อย่างใด ทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน หรือหากประสบอุบัติเหตุสามารถเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลได้ทุกแห่งภายใน 72 ชั่วโมงไม่ต้องสำรองจ่าย  นอกจากนี้ยังสามารถรับบริการทันตกรรม ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าฟันคุดจ่ยตามจริงไม่เกิน 900 บาท/ปี เป็นต้น

2. กรณีคลอดบุตร

กรณีคลอดบุตร

ไม่ว่าผู้ประกันตนจะเป็นชายหรือหญิง ก็สามารถรับเงินค่าคลอดบุตรได้ หากผู้ประกันตนหญิง ได้รับเงินค่าคลอดบุตร 15,000 บาท ไม่จำกัดสถานพยาบาลและจำนวนครั้ง พร้อมรับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นเวลา 90 วัน (สำหรับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร สามารถเบิกได้สูงสุดไม่เกิน 2 ครั้ง) หากเป็นผู้ประกันตนชาย ภรรยาที่จดทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือมีหญิงที่อยู่กินกันฉันสามีภรรยา รับเงินค่าคลอดบุตร 15,000 บาท และยังสามารถเบิกค่าตรวจและฝากครรภ์ได้สูงสุด 1,500 บาท

3. กรณีทุพพลภาพ

ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ ทุพพลภาพระดับเสียหายไม่รุนแรง รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 30% หรือในส่วนที่ลดลง ไม่เกิน 30% ของค่าจ้างรายวันตามมาตรา 57 ไม่เกิน 180 เดือน หากทุพพลภาพระดับเสียหายรุนแรง รับเงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างรายวันตามมาตรา 57 ตลอดชีวิต รวมไปถึงค่าบริการทางการแพทย์ต่าง ๆ 

4. กรณีเสียชีวิต

กรณีเสียชีวิต

ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน ภายใน 6 เดือนก่อนเสียชีวิตจึงจะได้รับสิทธิ หากมีการจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือน รับเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย 4 เดือน พร้อมรับค่าทำศพ 50,000 บาท หรือจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป รับเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย 12 เดือน พร้อมรับค่าทำศพ 50,000 บาท 

5. กรณีชราภาพ

ประกอบด้วย เงินบำนาญชราภาพ และเงินบำเหน็จชราภาพ 

6. กรณีสงเคราะห์บุตร

รับเงินสงเคราะห์บุตรคนละ 800 บาท/เดือน โดยต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์

7. กรณีว่างงาน

กรณีว่างงาน

ว่างงาน จะแบ่งออกเป็น 3 กรณี ได้แก่ กรณีถูกเลิกจ้าง รับเงินทดแทนในช่วงว่างงาน 70% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 200 วัน กรณีลาออก หรือ สิ้นสุดสัญญาจ้าง รับเงินทดแทนในช่วงว่างงาน 45% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน (บังคับใช้ 1 มี.ค. 63 – 28 ก.พ. 65) และกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย รับเงินทดแทนในช่วงว่างงาน 50% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน

*ทั้งนี้ ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนว่างงาน จึงจะได้รับสิทธิ

ในส่วนของผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบการ ส่งเงินสมทบประกันสังคม ได้ด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th โดยทำการสมัครสมาชิกก่อนหรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น SSO Connect ลงในมือถือ จะสามารถตรวจสอบข้อมูลการนำส่งเงินสมทบประกันสังคมง่ายมากขึ้นค่ะ

ติดตามบทความอื่นๆ ของ KMCP Accounting ได้ที่:

บทความ: https://www.kmcpaccounting.com/บทความ/

Facebook: facebook.com/kmcp.acc

สนใจอยากทำบัญชีทักมาได้เลย: m.me/kmcp.acc

LINE: https://line.me/R/ti/p/@kmcp.acc

Tel: 082-254-6831, 063-150-5855