บัญชีและการเงิน

ทำความเข้าใจให้มากขึ้นเกี่ยวกับ ใบรับเงินมัดจำ กันค่ะ

เรียบเรียงโดย ทีม KMCP Accounting
ใบรับเงินมัดจำ

เมื่อมีลูกค้าต้องการสินค้าของคุณในจำนวนที่มากขึ้น หรือราคาสินค้าของคุณนั้นมีราคาค่อนข้างสูง ในระหว่างที่สินค้ากำลังจะมาถึงมือผู้ซื้อนั้น การเรียกเก็บเงินมัดจำและออกเอกสาร ใบรับเงินมัดจำ จึงถือว่าได้มีการทำสัญญาซื้อขายเกิดขึ้นแล้ว เรามาทำความเข้าใจให้มากขึ้นเกี่ยวกับใบรับเงินมัดจำ

ใบรับเงินมัดจำ สำคัญอย่างไร

ใบรับเงินมัดจำ สำคัญอย่างไร

เงินมัดจำ ในทางกฎหมาย คำว่า “มัดจำ” ป.พ.พ. มาตรา 377 บัญญัติว่า เมื่อเข้าทำสัญญา ถ้าได้ให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ ท่านให้ถือว่าการที่ให้มัดจำนั้นย่อมเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญานั้นได้ทำกันขึ้นแล้ว เป็นเงินที่ผู้ขายทำการเรียกเก็บเงินส่วนหนึ่งจากผู้ซื้อมักมีการเรียกเก็บเงินมัดจำในกรณีที่ผู้ซื้อต้องการสั่งซื้อสินค้าเป็นจำนวนมากหรือราคาสินค้านั้นมีมูลค่าค่อนข้างสูง โดยการเก็บเงินมัดจำมีความสำคัญเนื่องจาก

  1. การสร้างความมั่นใจว่าผู้ซื้อจะยังคงซื้อสินค้าหรือบริการ และรอจนผู้ขายสามารถส่งมอบสินค้าและบริการนั้นเรียบร้อยแล้ว 
  2. เงินมัดจำก้อนนี้ยังเป็นการรักษาสภาพคล่องและยังเป็นเงินทุนหมุนเวียน ให้แก่ผู้ขายหรือเจ้าของกิจการ เนื่องจากในระหว่างที่มีการจัดหาสินค้าให้แก่ผู้ซื้อนั้น ผู้ขายจะต้องมีการนำเงินก้อนบางส่วน เพื่อใช้ในการขอซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ และผู้ขายจะต้องจ่ายเงินให้กับซัพพลายเออร์ก่อนที่จะได้รับเงินจากผู้ซื้ออีกที แต่ในระหว่างที่ผู้ซื้อจะต้องรอสินค้าจากซัพพลายเออร์ ผู้ขายก็ยังไม่ได้รับเงินจากผู้ซื้อเช่นเดียวกัน จึงทำให้เงินมัดจำตรงนี้ เป็นเงินก้อนที่ใช้เพื่อหมุนเวียนและรักษาสภาพคล่องของกิจการได้อีกด้วย 

เพราะฉะนั้นเงินมัดจำจึงมีความสำคัญว่าผู้ซื้อจะได้รับสินค้าเมื่อสินค้ามาถึงและผู้ขายมั่นใจว่าผู้ซื้อจะซื้อสินค้าต่อและยังช่วยเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้แก่กิจการได้อีกด้วยนั่นเอง

ตัวอย่างในการเก็บมัดจำ

  1. มีลูกค้ามาสั่งทำชุดเก้าอี้ไม้ ราคา 15,000 บาท ผู้ขายขอเรียกเก็บเงินมัดจำ 20% ก่อนเพื่อทำสินค้าตามที่ลูกค้าสั่งและนัดวันส่งมอบสินค้าอีก 1 สัปดาห์
  2. ร้านของเล่นร้านหนึ่งรับพรีออเดอร์รถบังคับหายากจากญี่ปุ่น โดยมีการเรียกเก็บเงินมัดจำ 30% ก่อน และหากสินค้ามาถึงเมืองไทย แต่ลูกค้าไม่ซื้อสินค้านั้นแล้ว ทางร้านจะขอยึดเงินมัดจำแทน

การยึดเงินมัดจำ จะทำเมื่อไหร่

การยึดเงินมัดจำ จะทำเมื่อไหร่

การยึดเงินมัดจำได้ จะต้องเข้าเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามมาตรา 378 มัดจำนั้น ถ้ามิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นท่านให้เป็นไปดั่งจะกล่าวต่อไปนี้ คือ

  1. ให้ส่งคืน หรือจัดเอาเป็นการใช้เงินบางส่วนในเมื่อชำระหนี้
  2. ให้ริบ ถ้าฝ่ายที่วางมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ หรือการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่ง ซึ่งฝ่ายนั้นต้องรับผิดชอบ หรือถ้ามีการเลิกสัญญาเพราะความผิดของฝ่ายนั้น
  3. ให้ส่งคืน ถ้าฝ่ายที่รับมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ หรือการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่ง ซึ่งฝ่ายนี้ต้องรับผิดชอบ

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในสัญญาที่ตกลงกันไว้และหากมีการฟ้องร้องกันจริงก็ต้องดูเอกสารและข้อกฎหมายอื่น ๆ ประกอบกัน

ใบรับเงินมัดจำ ประกอบด้วยอะไรบ้าง

ใบรับเงินมัดจำ ประกอบด้วยอะไรบ้าง

ในการออกใบรับเงินมัดจำ เพื่อแสดงว่าได้มีการแสดงความต้องการซื้อสินค้าของผู้ซื้อและมีการทำสัญญาซื้อขายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย จะต้องแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. ข้อมูลผู้ขาย
  2. ข้อมูลผู้ซื้อ
  3. เลขที่เอกสาร
  4. วันที่เอกสาร
  5. รายละเอียดการรับเงินมัดจำ
  6. จำนวนเงินรวม
  7. ภาษีขาย
  8. อื่น ๆ

ความแตกต่างระหว่างเงินมัดจำ เงินล่วงหน้า เงินประกัน และเงินจอง

เงินที่ผู้ขายทำการเรียกเก็บเงินส่วนหนึ่งจากผู้ซื้อมักมีการเรียกเก็บเงินมัดจำในกรณีที่ผู้ซื้อต้องการสั่งซื้อสินค้าเป็นจำนวนมากหรือราคาสินค้านั้นมีมูลค่าค่อนข้างสูง ร้านค้าบางแห่งมีการเรียกเงินส่วนนี้แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

1. เงินมัดจำ

เงินที่ผู้ขายทำการเรียกเก็บเงินส่วนหนึ่งจากผู้ซื้อมักมีการเรียกเก็บเงินมัดจำในกรณีที่ผู้ซื้อต้องการสั่งซื้อสินค้าเป็นจำนวนมากหรือราคาสินค้านั้นมีมูลค่าค่อนข้างสูง และหากภายหลังที่สินค้ามาถึงแต่ผู้ซื้อไม่ต้องการสินค้านั้นแล้ว ผู้ขายมีสามารถยึดเงินก้อนนี้ได้

2. เงินล่วงหน้า

เงินที่ได้มีการจ่ายค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้าให้แก่ผู้ขาย จะมีการกำหนดเงื่อนไขก่อนตกลงซื้อขายโดยมีการกำหนดอัตราเป็น % ของราคาสินค้าตามที่ตกลง

3. เงินประกัน

เงินหรือทรัพย์สินที่กิจการให้ไว้เป็นการรับประกันว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือสัญญา หากผิดเงื่อนไขหรือสัญญาจะมีการชดใช้ค่าเสียหายหรือสัญญา โดยวิธีการริบเงินประกันหรือเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสัญญาหรือข้อตกลง

4. เงินจอง

เงินหรือทรัพย์สินที่จ่ายให้ก่อนที่จะทำสัญญาหรือข้อตกลงในภายหลัง เป็นหลักประกันเบื้องต้นว่าจะมีการทำสัญญาหรือข้อตกลงในการซื้อขายสินค้าหรือให้บริการ ซึ่ง ณ วันทำสัญญาหรือข้อตกลงอาจจะมีการชำระเงินมัดจำค่าสินค้า หรือค่าบริการเพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินจองแต่หากผู้ซื้อหรือผู้รับบริการไม่มีการทำตามสัญญาหรือข้อตกลง อาจจะถูกริบ หรือยึดเงินจองดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน

ใบรับเงินมัดจำ ถือเป็นเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าได้มีการตกลงซื้อขายสินค้าหรือบริการระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายแล้ว โดยมีการจ่ายเงินส่วนหนึ่งเพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าผู้ซื้อจะยังซื้อสินค้าหรือบริการนั้นจนกว่าจะจบกระบวนการซื้อขายสินค้าหรือได้รับบริการครบถ้วนแล้วนั่นเอง และในทางบัญชีเงินมัดจำถือเป็นหนี้สิน หรือรายได้รับล่วงหน้า คือ รายได้ที่ได้รับจากลูกค้าล่วงหน้า โดยที่ยังไม่ได้ส่งมอบสินค้าหรือให้บริการลูกค้า ซึ่งกิจการมีภาระต้องให้บริการในอนาคตนั่นเองค่ะ